มหาวิทยาลัยนาลันทา

นาลันทา มหาวิทยาลัยแห่งแรกของโลก

เมืองนาลันทาในสมัยพุทธกาล อยู่ห่างจากพระนครราชคฤห์ประมาณ 16 กิโลเมตร อยู่ในแคว้นมคธ  ณ เมืองนี้มีสวนมะม่วงชื่อ ปาวาริกัมพวัน (สวนมะม่วงของปาวาริกเศรษฐี) ซึ่งพระพุทธเจ้าเสด็จมาประทับแรมหลายครั้ง คัมภีร์ฝ่ายมหายานกล่าวว่า พระสารีบุตรและพระมหาโมคคัลลานะ ซึ่งเป็นอัครสาวก ก็เกิดที่เมืองนาลันทา แต่คัมภีร์ฝ่ายบาลีเรียกถิ่นเกิดของ พระสารีบุตรว่า หมู่บ้านนาลกะหรือนาลันทคาม ในปัจจุบันนาลันทาอยู่ในการปกครองของรัฐพิหาร

ความสำคัญของเมืองนาลันทา

นาลันทามีความสำคัญมาแต่ครั้งพุทธกาล ภายในเขตมหาวิทยาลัยนาลันทามีบ้านที่เป็นที่เกิดและเป็นที่ตายของพระสารีบุตร เป็นที่ที่พระสารีบุตรได้ประกาศความเลื่อมใสในพระพุทธศานาว่า  ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์เลื่อมใสในพระผู้มีพระภาคอย่างนี้ว่า ไม่เคยมี จักไม่มี และย่อมไม่มีสมณะหรือพราหมณ์ผู้อื่น ซึ่งจะมี ปัญญาในทางพระสัมมาสัมโพธิญาณ ยิ่งกว่าพระผู้มีพระภาคเจ้า ด้วยพระสารีบุตรซึ่งเป็นเลิศทางด้านปัญญาต้องการจะประกาศให้เหล่านักวิชาการแห่งนาลันทา รับรู้ความยิ่งใหญ่ของพระสัมมาสัมโพธิญาณของพระผู้มีพระพุทธเจ้า เพราะสมัยนั้นเมืองนาลันทาเป็นศูนย์การศึกษา เป็นศูนย์รวมของนักปราชญ์นักวิชาการ 

หลักฐานที่แสดงถึงความสำคัญของนาลันทาอีกอย่างหนึ่ง คือการที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงพรหมชาลสูตร ประกาศทิฏฐิ ๖๒ และทรงแสดงเกวัฏฏสูตร แสดงภาวะนิพพานซึ่งเป็นจุดหมายสูงสุดแห่งพระพุทธศาสนา 

ภายหลังพุทธกาล กษัตริย์ราชวงศ์คุปตะพระนามว่าศักราทิตย์ หรือกุมารคุปตะที่ 1 ซึ่งครองราชย์ประมาณ พ.ศ. 958-998 ได้ทรงสร้างวัดอันเป็นสถานศึกษาขึ้นแห่งหนึ่งที่เมืองนาลันทา และกษัตริย์พระองค์ ต่อๆ มาในราชวงศ์นี้ก็ได้สร้างวัดอื่นๆ เพิ่มขึ้นในโอกาสต่างๆ จนมีถึง 6 วัด อยู่ในบริเวณใกล้เคียงกัน ในที่สุดได้มีการสร้างกำแพงใหญ่อันเดียวล้อมรอบ ทำให้วัดทั้ง 6 รวมเข้าด้วยกันเป็นหนึ่งเดียว เรียกว่า นาลันทามหาวิหาร และได้กลายเป็นศูนย์กลางการศึกษาที่ยิ่งใหญ่และสำคัญที่สุดของโลก เรียกกันทั่วไปในปัจจุบันว่า “มหาวิทยาลัยนาลันทา”

มหาวิทยาลัยนาลันทา มีบันทึกของหลวงจีนเหี้ยนจังหรือคนไทยรู้จักในนามว่าพระถังซำจั๋ง  ซึ่งจาริกมาสืบพระศาสนาในอินเดียในช่วงปี พ.ศ. 1172-1187   ได้มาศึกษาที่นาลันทามหาวิหาร และได้เขียนบันทึกบรรยายอาคารสถานที่ที่ใหญ่โตและศิลปกรรมที่วิจิตรงดงาม ท่านเล่าถึงกิจกรรมทางการศึกษา ที่รุ่งเรือง มีนักศึกษา ประมาณ 10,000 คน และมีอาจารย์ประมาณ 1,500 คน พระมหากษัตริย์พระราชทานหมู่บ้าน 200 หมู่บ้านโดยรอบให้ โดยทรงยกภาษีที่เก็บได้ให้เป็นค่าบำรุงมหาวิทยาลัย ผู้เล่าเรียนไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น วิชาที่สอนมีทั้ง ปรัชญา โยคะ ศัพทศาสตร์ เวชชศาสตร์ ตรรกศาสตร์ นิติศาสตร์ นิรุกติศาสตร์  โหราศาสตร์ ไสยศาสตร์ และตันตระ แต่ที่เด่นชัดที่สุดก็คือ นาลันทาเป็นศูนย์กลางการศึกษาพุทธศาสนาฝ่ายมหายาน และเพราะความที่มีกิตติศัพท์เลื่องลือมาก จึงมีมีนักศึกษาเดินทางมาจากต่างประเทศหลายแห่ง เช่น จีน ญี่ปุ่น เอเซียกลาง สุมาตรา ชวา ทิเบต และมองโกเลีย เป็นต้น หอสมุดของนาลันทาใหญ่โตมากและมีชื่อเสียงไปทั่วโลก เมื่อคราวที่ถูกเผาทำลายในสมัยต่อมาโดยคนต่างศาสนา มีบันทึกกล่าวว่าหอสมุดนี้ไหม้อยู่เป็นเวลาหลายเดือน 

ช่วงบั้นปลายของมหาวิทยาลัยนาลันทา ได้หันไปสนใจการศึกษาพุทธศาสนาแบบตันตระ ที่ทำให้เกิดความย่อหย่อนและหลงเพลินทางกามารมณ์ ซึ่งเมื่อพระที่ควรงดเว้นเรื่องกามตามหลักคำสอนของพระพุทธศาสนา กลับหันมาเสพกามเสียแล้ว ก็ทำให้เหล่าอุบาสก อุบาสิกาเริ่มเสื่อมศรัทธาจนส่งผลให้ไม่สนใจใยดี พระศาสนา ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของพระสงฆ์ฝ่ายเดียว ต่างจากลัทธิพราหมณ์ที่เริ่มปรับตัวจนกลายมาเป็นฮินดู การปรับตัวนั้นก็เพื่อต่อสู้กับการเจริญเติบโตของพุทธศาสนา จากลัทธิพราหมณ์ที่ไม่มีนักบวชก็มีนักบวช ไม่มีวัดก็มีวัด จากการเข่นฆ่าบูชายัญสัตว์ ก็หันมานับถือสัตว์บางประเภทและประกาศไม่กินเนื้อเช่น วัว สร้างเรื่องให้พระพุทธเจ้าก็กลายเป็นอวตารหนึ่งของเทพเจ้าในศาสนาฮินดูและทำให้พุทธศาสนากลมกลืนกับศาสนาฮินดูมากขึ้น ซึ่งเป็นเหตุสำคัญอย่างหนึ่งแห่งความเสื่อมโทรมของพระพุทธศาสนา

การล่มสลายของมหาวิทยาลัยนาลันทา ประมาณ พ.ศ. 1742 กองทัพมุสลิมเติรกส์ได้ยกมารุกรานรบชนะกษัตริย์แห่งชมพูทวีปฝ่ายเหนือ และเข้าครอบครองดินแดน กองทัพมุสลิมเติรกส์ได้เผาผลาญทำลายวัดและปูชนียสถานในพุทธศาสนาลงแทบทั้งหมด และสังหารผู้ที่ไม่ยอมเปลี่ยนศาสนา นาลันทามหาวิหารก็ถูกเผาผลาญทำลายลงในช่วงระยะเวลานั้นด้วย มีบันทึกของนักประวัติศาสตร์ชาวมุสลิมเล่าว่า ที่นาลันทา พระภิกษุถูกสังหารแทบหมดสิ้น และมหาวิทยาลัยนาลันทาก็ก้าวถึงความพินาศสูญสิ้นลงแต่บัดนั้นมา มีบันทึกของท่าน ตารนาท ธรรมสวามินปราชญ์เขียนเอาไว้ว่า พอกองทัพมุสลิมยกทัพกลับไปแล้ว พระ นักศึกษา และพระอาจารย์ ที่มหาวิทยาลัยสงฆ์นาลันทา ซึ่งเหลืออยู่ประมาณ 70 องค์ ก็พากันออกมาจากที่ซ่อน ทำการสำรวจข้าวของที่ยังหลงเหลืออยู่ รวบรวมเท่าที่จะหาได้พอได้ใช้สอยกันต่อมา และท่านมุทิตาภัทร รัฐมนตรีของกษัตริย์ในสมัยนั้นได้จัดทุนทรัพย์จำนวนหนึ่ง ส่งไปจากแคว้นมคธ เพื่อช่วยเหลือซ่อมแซมปฏิสังขรณ์วัดวาอารามที่นาลันทาขึ้นมาใหม่แต่ก็ทำได้บางส่วนเท่านั้น แต่แล้ววันหนึ่งได้มีปริพาชก 2 คนได้เข้ามาประกอบพิธีกรรมทางศาสนาของตนขึ้นและคงคิดว่าเพียงพอแล้วที่จะอยู่ที่นี่ต่อไป จึงได้รวบรวมเศษไม้แล้วก่อไฟขึ้น พร้อมทั้งขว้างปาดุ้นฟืนที่ติดไฟไปตามสถานที่ต่างๆ โดยรอบ จนกระทั่งเกิดไฟลุกไหม้ไปทั่วมหาวิทยาลัยนาลันทา จนสุดที่จะทำการซ่อมแซมปฏิสังขรณ์ให้คืนดีได้ดังเดิม มหาวิทยาลัยนาลันทาก็เป็นอันสิ้นสุดลง ถูกปล่อยให้รกร้างว่างเปล่า มาตั้งแต่บัดนั้น 

สถาบันนาลันทาใหม่ อินเดียได้ตื่นตัวและตระหนักถึงความสำคัญของพระพุทธศาสนาที่ได้มีบทบาทอันยิ่งใหญ่ในการสร้างสรรค์อารยธรรมของชมพูทวีป รวมทั้งบทบาทของมหาวิทยาลัยนาลันทานี้ด้วยในปี พ.ศ. 2494 ก็ได้มีการจัดตั้งสถาบันบาลีนาลันทา ชื่อว่า “นวนาลันทามหาวิหาร” เพื่อแสดงความรำลึกคุณและยกย่องเกียรติแห่งพระพุทธศาสนา พร้อมทั้งเพื่อเป็นอนุสรณ์แก่นาลันทามหาวิหาร มหาวิทยาลัยที่ยิ่งใหญ่ในสมัยอดีต โดยสร้างขึ้นจากความเลื่อมใสของหลวงพ่อ เจ กัสสปะ สังฆนายกรูปแรกของสงฆ์อินเดีย ท่านเป็นชาวเมืองรานชี รัฐจักกัน ท่านเกิดในตระกูลที่ร่ำรวย เมื่อเป็นหนุ่มได้ศึกษาพุทธประวัติ เกิดศรัทธาอย่างมาก จึงอุปสมบทเป็นพระภิกษุที่ประเทศศรีลังกา และได้ออกปาฐกแสดงเรื่องความยิ่งใหญ่ของมหาวิทยาลัยนาลันทาในอดีต แก่ผู้นำรัฐบาลในกรุงนิวเดลี และในที่สุดก็ประสบความสำเร็จ โดยเปิดสอนในปี พ.ศ. 2494 และท่านได้เป็นครูสอนและผู้บริหารของสถาบัน ครั้งแรกเปิดสอนทีวัดจีนนาลันทา ต่อมาได้ย้ายมาอยู่ตรงกันข้ามกับนาลันเก่า ต่อมาชาวมุสลิมที่อยู่ที่หมู่บ้านนาลันทา ต้องการจะไถ่บาปที่บรรพบุรุษของตนได้ทำไว้แก่ชาวพุทธ จึงมอบที่ดินจำนวน 12 ไร่ เพื่อสร้างเป็นสถาบันบาลีนาลันทาแห่งใหม่ สร้างเสร็จในปี พ.ศ. 2500  เปิดสอนด้านภาษาบาลีและพระพุทธศาสนาตั้งแต่ระดับปริญญาตรี-ปริญญาเอก และได้รับการรับรองและสนับสนุนจากรัฐบาลกลางนิวเดลลี มีพระสงฆ์จากประเทศต่างๆ ไปศึกษาอยู่เป็นจำนวนมาก เช่น ไทย พม่า กัมพูชา อินเดีย บังคลาเทศ

สนใจไปแสวงบุญหรือวางแผนจัดเดินทางไปเป็นหมู่คณะทั้งพระสงฆ์และฆราวาส ไปสักการะ 4 สังเวชนียสถานอันเป็นสถานที่ ประสูติ ตรัสรู้ แสดงปฐมเทศนา และดับขันธปรินิพพานของพระพุทธเจ้าที่ประเทศอินเดียและประเทศเนปาล นำเดินทางด้วยผู้ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญในพุทธประวัติและสถานที่ ไปแสวงบุญให้ได้ทั้งความรู้และอิ่มบุญ สามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่โทร. 084-625-9929 

RKA Tour นำเที่ยวแบบครบวงจร เที่ยวแบบมีคุณภาพ เที่ยวสนุก ทานอาหารอร่อย และเลือกที่พักสบาย ในราคายุติธรรม บริการจัดนำเที่ยวทุกรูปแบบ  จัดนำเที่ยวทั่วไทย และจัดนำเที่ยวต่างประเทศ รวมถึงจัดนำเที่ยวทัศนศึกษาให้หน่วยงาน องค์กร นักเรียน นักศึกษา ราคาประหยัด  สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 084-625-9929 

ช่องทางการติดต่อสอบถามและจองโปรแกรมนำเที่ยว ของ ร้อยเกาะแอดเวนเจอร์

    • Line ID :  roikohadventure , 0846259929
    • โทรศัพท์ : 084-625-9929 
    • ใบอนุญาตนำเที่ยว ของผู้ประกอบการนำเที่ยวในพื้นที่ เลขที่  33/07054 

แบบฟอร์มติดต่อกลับ


  • สวนลุมพินี20.jpg
    ลุมพินี สถานที่ประสูติของเจ้าชายสิทธัตถะ ลุมพินีเป็นสถานที่สำคัญแห่งที่ 1 ในจำนวน 4 สังเวชนียสถานของชาวพุทธ เป็นสถานที่ประสูติของเจ้าชายสิทธัตถะ ผู้ซึ่งต่อมาได้ตรัสรู้เป็นพระสัมมาส...

  • พุทธคยา13.jpg
    พุทธคยา สถานที่ตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า พุทธคยาเป็นหนึ่งในสี่สังเวชนียสถาน ที่สำคัญของพระพุทธศาสนา ตั้งอยู่ใกล้แม่น้ำเนรัญชรา เมืองคยา รัฐพิหาร ประเทศอินเดีย เป็นสถานที่ที่พระพุทธองค์...

  • แสดงปฐมเทศนา5.jpg
    สารนาถ สถานที่แสดงปฐมเทศนา สารนาถ ตั้งอยู่ห่างจากเมืองพาราณสี เมืองศูนย์กลางของศาสนาฮินดู ประมาณ 9 กิโลเมตร อยู่ในรัฐอุตตรประเทศ ประเทศอินเดียในปัจจุบัน หรือ แคว้นกาสี ชมพูทวีป ในส...

  • สาลวโนทยาน2.jpg
    กุสินารา สถานที่ที่พระพุทธเจ้าเสด็จดับขันธปรินิพพาน เมืองกุสินาราประเทศอินเดีย เป็นที่ตั้งของสังเวชนียสถานแห่งที่ 4 ของชาวพุทธในสมัยพุทธกาลกุสินาราเป็นเมืองเอกหนึ่งในสองของแคว้นมัล...

  • เขาคิชกูฏ อินเดีย3.jpg
    นมัสการพระมูลคันธกุฎี บนยอดเขาคิชฌกูฏ ประเทศอินเดีย เขาคิชฌกูฏปัจจุบันตั้งอยู่ทางทิศใต้ในเขตตำบลราชคีร์ (Rajgir) จังหวัดนาลันทา รัฐพิหาร ประเทศอินเดีย ในสมัยพุทธกาลเขาคิชฌกูฏเป็นภู...

  • คงคาราตรี11.jpg
    แม่น้ำคงคา กับความเป็นศูนย์กลางวัฒนธรรมฮินดู-พราหมณ์ ชาวอินเดียเกือบทั้งประเทศทั้งที่นับถือศาสนาพราหมณ์และฮินดูมีความเชื่อว่าแม่น้ำคงคาเป็นแม่น้ำศักดิ์สิทธิ์ ที่ไหลมาจากเทือกเขาหิม...

  • บ้านนางสุชาดา1.jpg
    นางสุชาดาและโสตถิยะพราหมณ์ นางสุชาดา เป็นอุบาสิกาคนสำคัญยิ่งคนหนึ่งในสมัยพุทธกาล ด้วยเป็นผู้ที่ถวายข้าวมธุปายาส ให้กับเจ้าชายสิทธัตถะหรือสมณะโคดมในวันก่อนที่จะตรัสรู้เป็นพระสัมมาสั...

  • มกุฏพันธนเจดีย์4.jpg
    มกุฏพันธนเจดีย์สถานที่ถวายพระเพลิงพระพุทธสรีระของพระพุทธเจ้า มกุฏพันธนเจดีย์ ตั้งอยู่ที่เมืองกุสินารา ในปัจจุบันคือ ตำบลกาเซีย รัฐอุตตรประเทศ ประเทศอินเดียเดิมทีบริเวณมกุฏพันธนเจดี...

  • รอยเกวียนราชคฤห์.jpg
    กรุงราชคฤห์ เมืองหลวงแคว้นมคธ แคว้นที่รุ่งเรืองที่สุดในยุคพุทธกาล กรุงราชคฤห์ในยุคสมัยพุทธกาล เป็นที่ตั้งเมืองหลวงของแคว้นมคธ ปกครองโดยพระเจ้าพิมพิสาร เป็นยุคที่มีความเจริญรุ่งเรือ...

  • อนาถบิณฑิกเศรษฐี9.jpg
    เยี่ยมบ้านของ อนาถบิณฑิกเศรษฐี อนาถบิณฑิกเศรษฐี มีชื่อว่า สุทัตตะเศรษฐี เป็นชาวสาวัตถีอยู่ในแคว้นโกศล มีชีวิตอยู่ในสมัยพุทธกาล ยุคร่วมสมัยเดียวกับพระพุทธเจ้า สุทัตตะเศรษฐีเกิดในตระ...

  • คงคาราตรี13.jpg
    อินเดีย กับเรื่องราวที่น่าทึ่ง ประเทศอินเดีย เป็นประเทศที่มีประชากรมากเป็นอันดับ 2 ของโลก ประชากรส่วนใหญ่นับถือศาสนาพราหมณ์-ฮินดู อาชีพหลักคือเกษตรกรรม เป็นเมืองแห่งศาสนาและวัฒนธรร...

  • วัดไทยพาราณสี1302.jpg
    วัดไทยพาราณสีพุทธวิปัสสนา ประเทศอินเดียวัดไทยพาราณสีพุทธวิปัสสนาเป็นวัดไทยที่สร้างขึ้นเพื่ออำนวยความสะดวกแก่พระสงฆ์ไทยและคณะผู้แสวงบุญชาวไทยในการเดินทางไปแสวงบุญ ณ ประเทศอินเดีย วั...

  • บ้านองคุลีมาล1.jpg
    บ้านเกิดขององคุลีมาล องคุลีมาลเป็นพระอรหันต์สาวกองค์สำคัญอีกองค์หนึ่งที่เหล่าชาวพุทธล้วนคุ้นเคยชื่อเสียงมาเป็นอย่างดี องคุลีมาลเกิดร่วมในสมัยพุทธกาล ณ เมืองสาวัตถีเดิมชื่อว่าอหิงสก...

  • วัดไทยมคธ1.jpg
    วัดไทยมคธพุทธวิปัสสนา วัดไทยมคธพุทธวิปัสสนา ตั้งอยู่ในเขตพุทธคยา รัฐพิหาร ประเทศอินเดีย เป็นวัดของคนไทยที่บริหารโดยพระสงฆ์ชาวไทย สร้างขึ้นมาเพื่อรองรับเป็นที่พักของคณะสงฆ์และอุบาสก...

  • วัดไทยพุทธคยา3.jpg
    วัดไทยพุทธคยา วัดไทยพุทธคยา เป็นวัดไทยแห่งแรกที่สร้างขึ้นในประเทศอินเดีย ได้เริ่มก่อสร้างในปี พ.ศ. 2500 มีเนื้อที่ประมาณ 12 ไร่ ตั้งอยู่บริเวณพุทธคยา รัฐพิหาร อยู่ห่างจากเจดีย์พุทธ...

  • วัดไทยนาลันทา815.jpg
    วัดไทยนาลันทา วัดไทยนาลันทา ตั้งอยู่ที่หมู่บ้านนาลันทา ตำบลนาลันทา อำเภอนาลันทา รัฐพิหาร บ้านเกิดและที่นิพพานของพระอัครสาวกเบื้องขวา คือ พระสารีบุตร โดยต่อมาบริเวณบ้านของพระสารีบุต...

  • วัดพระเชตวัน1108.jpg
    วัดเชตวันมหาวิหาร วัดเชตวันมหาวิหาร หรือ วัดพระเชตวัน อารามของอนาถบิณฑิกเศรษฐี เป็นวัดที่สร้างโดยท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี มหาเศรษฐีแห่งเมืองสาวัตถี เดิมสถานที่ตั้งของวัดแห่งนี้เป็นของเ...

  • วัดพระเชตวัน1105.jpg
    ต้นโพธิ์พระอานนท์ จากอรรถกถากาลิงคชาดกพระศาสดาเมื่อเสด็จประทับ ณ พระเชตวันมหาวิหาร ทรงพระปรารภการบูชามหาโพธิ์ ที่พระอานนท์เถระกระทำแล้ว ตรัสพระธรรมเทศนานี้ มีคำเริ่มต้นว่า ราชา กาล...

  • วัดไทย9601115.jpg
    วัดไทยนวราชรัตนาราม960 วัดไทยนวราชรัตนาราม960หรือที่นิยมเรียกกันในหมู่ชาวไทยผู้ที่เดินทางไปแสวงบุญ 4 สังเวชนียสถาน ที่ประเทศอินเดียและประเทศเนปาลว่า "วัดไทย 960" ที่วัดแห่งนี้เปิดใ...

  • วัดไทยไวสาลี0901.jpg
    วัดไทยไวสาลี วัดไทยเวสาลีตั้งอยู่ที่เมืองไวสาลี รัฐพิหาร ประเทศอินเดีย เป็นวัดที่สร้างและดูแลบริหารโดยคณะสงฆ์ไทย ได้จัดห้องพักและอาหารไว้บริการเพื่อความสะดวกแก่นักเดินทางผู้แสวงบุญ...

  • วัดไทยลุมพินี100310.jpg
    วัดไทยลุมพินีวัดไทยลุมพินีเป็นวัดไทยแห่งแรกในประเทศเนปาล มีเนื้อที่ 20 ไร่ อยู่ภายในปริมณฑลสังเวชนียสถานเขตลุมพินีวัน บริเวณสถานที่ประสูติของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ตำบลลุมมินเด ...
Visitors: 245,421
google.com, pub-9226504384273204, DIRECT, f08c47fec0942fa0