อนาถบิณฑิกเศรษฐี

เยี่ยมบ้านของ อนาถบิณฑิกเศรษฐี

อนาถบิณฑิกเศรษฐี มีชื่อว่า สุทัตตะเศรษฐี เป็นชาวสาวัตถีอยู่ในแคว้นโกศล มีชีวิตอยู่ในสมัยพุทธกาล ยุคร่วมสมัยเดียวกับพระพุทธเจ้า  สุทัตตะเศรษฐีเกิดในตระกูลที่มั่งคั่งเป็นบุตรของสุมนะเศรษฐี  สุทัตตะเศรษฐีเป็นเศรษฐีที่ใจบุญมาก ชอบช่วยเหลือคนตกทุกข์ได้ยาก ทำให้ท่านถูกเรียกจากชาวเมืองว่า อนาถบิณฑิกเศรษฐี แปลว่า เศรษฐีผู้เป็นที่พึ่งของคนยาก หรือถ้าแปลตามศัพท์คือ เศรษฐีผู้มีก้อนข้าวให้กับคนยากจน 

อนาถบิณฑิกเศรษฐี ได้ฟังธรรมจากพระพุทธเจ้าที่เมืองราชคฤห์จนบรรลุเป็นพระโสดาบัน ท่านจึงมีศรัทธาสร้างวัดเชตวันมหาวิหารถวายแก่พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ด้วยเงินจำนวนมาก นัยว่าท่านต้องใช้ทรัพย์จำนวนมหาศาลเพื่อปูเต็มพื้นที่ที่จะซื้อที่ดินเพื่อสร้างวัดเชตวันมหาวิหารจากเจ้าเชตฯ (ซึ่งเป็นเจ้าชายในขณะนั้น)  สุทัตตะเศรษฐีหรืออนาถบิณฑิกเศรษฐีได้เป็นผู้ให้ความอุปถัมภ์บำรุงพระพุทธเจ้าและพระสงฆ์อย่างดีมาก เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้พระพุทธเจ้าเสด็จประทับจำพรรษาที่วัดพระเชตวันมหาวิหารที่ท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐีสร้างมากถึง 19 พรรษา มากกว่าที่ประทับใด ๆ   ท่านได้รับยกย่องจากพระพุทธเจ้าให้เป็น อุบาสกผู้เลิศในการเป็นผู้ถวายทาน 

เรื่องของอนาถบิณฑิกเศรษฐี มีปรากฏมากมายในคัมภีร์ทางพระพุทธศาสนา เป็นเรื่องราวที่แสดงถึงความศรัทธา ความมีสติปัญญา และความเอาใจใส่ในการบำรุงพระพุทธศาสนา เป็นผู้ยินดียิ่งในการให้ทาน เมื่อจะไปเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าก็ไม่เคยไปมือเปล่า จะมีอาหารของขบฉันตามกาลไปด้วยเสมอ ท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐีมีความเคารพรักในพระพุทธเจ้าเป็นอย่างยิ่ง  ขณะที่พระพุทธองค์ประทับอยู่ที่เชตวันมหาวิหาร ท่านไปเฝ้าพระพุทธองค์ทุกวันวันละ 2-3 ครั้ง ถ้าไปเฝ้าก็เวลาฉันอาหารจะเตรียมข้าวยาคู และของขบฉันอื่น ๆ จัไป ถ้าจะไปเลยเวลาฉันอาหารแล้ว ก็ตระเตรียมเภสัชมีเนยใส เนยข้น น้ำมัน น้ำผึ้ง น้ำอ้อยเป็นต้นไป ถ้าไปในเวลาเย็น ก็ตระเตรียมเครื่องสักการะ มีดอกไม้ ของหอม เครื่องลูบไล้และผ้าไป นอกจากนี้ยังคอยทูลถามถึงพระอนามัยของพระพุทธองค์อยู่เสมอ

แต่ทั้ง ๆ ที่ท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐีเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าอยู่เป็นประจำ ท่านไม่เคยทูลถามปัญหาธรรมกับพระพุทธองค์เลย เพราะคิดว่าถ้าพระองค์จะทรงแสดงธรรมแก่ท่าน พระองค์จะทรงลำบากมาก ฉะนั้น ท่านจึงไม่ทูลถามปัญหาใด ๆ ทั้งนี้ ก็เพราะท่านเคารพรักพระพุทธองค์มากนั่นเอง ครั้งหนึ่งพระพระพุทธเจ้าได้ตรัสกับอนาถบิณฑิกเศรษฐีว่า ท่านอนาถบิณฑิกรักษาพระองค์ในฐานะที่ไม่ควรรักษา เพราะพระองค์บำเพ็ญบารมีมาด้วยความยากลำบาก เป็นเวลา ๔ อสงไชย แสนกัป ก็เพื่อจะสอนคนอื่น แล้วทรงแสดงธรรมให้ท่านเศรษฐีฟัง ๑ กันฑ์ 

สมัยหนึ่ง ท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐีได้ตกอับลง เพราะต้องเสียทรัพย์ไปครั้งใหญ่ถึง ๒ ครั้ง คือ พวกพ่อค้าผู้เป็นสหายได้ขอยืมเงินไป ๑๘ โกฏิ ทรัพย์อีกส่วนหนึ่งซึ่งฝังไว้ที่ริมฝั่งแม่น้ำ จำนวน ๑๘ โกฏิ ได้ถูกน้ำเซาะตลิ่งพังทรัพย์ก็ถูกน้ำพัดไปในมหาสมุทร แม้ท่านจะตกอับลงอย่างนี้ก็ตาม ท่านก็ยังคงให้ทานอยู่เสมอวันละ ๕๐๐ รูป แต่เป็นอาหารจำพวกข้าวปลายเกวียนกับผักดอง ในคราวที่ท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี ตกอับลงนั้น พระพุทธองค์ก็ได้เสด็จไปยังนครสาวัตถีอีกครั้งหนึ่ง เสด็จประทับ ณ พระเชตวันมหาวิหาร เมื่อท่านเศรษฐีเข้าเฝ้าก็ตรัสถามว่า “ในตระกูลของท่าน ยังมีการให้ทานอยู่หรือคฤหบดี?”  ท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐีทูลตอบว่า “ยังให้ทานอยู่ พระเจ้าข้า แต่ทานนั้นเป็นของเศร้าหมอง เป็นปลายข้าว มีน้ำผักดองเป็นที่สอง” พระพุทธองค์ตรัสว่า “วัตถุที่ให้นั้น จะเศร้าหมอง หรือประณีตก็ตาม แต่ถ้าผู้ให้เทให้ ไม่เชื่อกรรมและผลของกรรม ทานนั้นย่อมให้ผลไม่ดี แต่ถ้าผู้ให้ทาน ให้ด้วยความเคารพ ให้ด้วยความนอบน้อม ให้ด้วยมือของตนเอง ไม่ทิ้งให้เทให้ ให้เพราะเชื่อกรรมและผลของกรรม ทานนั้นย่อมให้ผลดี”

ทุกครั้งที่พระพุทธองค์เสด็จมาประทับที่พระเชตวันมหาวิหาร ท่านเศรษฐีต้องเข้าเฝ้าเสมอ ท่านมักจะเล่าถึงเหตุการณ์ต่าง ๆ ถวาย พระพุทธองค์ก็ทรงอาศัยเรื่องของท่านเศรษฐีนั่นเอง ได้ตรัสเล่าเรื่องนั้น ๆ ซึ่งเคยเกิดขึ้นแล้วในอดีตให้ท่านเศรษฐีฟัง ดังปรากฏในชาดกต่าง ๆ เช่น ขทิรังคชาดก ปุณณปาติชาดกกาลกัณณิชาดก เป็นต้น โดยธรรมส่วนมากที่พระพุทธองค์ตรัสแก่ท่านเศรษฐีเป็นธรรมสำหรับคฤหัสถ์ดังเช่น

  • จิตที่คุ้มครองรักษาไว้ดีแล้ว ก็เหมือนกับเรือนอันมีเครื่องมุง เครื่องบังดี ฉะนั้น. 
  • การให้ทานอาหาร ย่อมได้รับผล คือ อายุ วรรณะ สุขะ พละ. 
  • หน้าที่ ๔ อย่างของพ่อบ้านผู้มีศรัทธา  คือ บำรุงพระภิกษุสงฆ์ด้วยจีวร บิณฑบาต เสนาสนะ และคิลานเภสัช. 
  • ความปรารถนาของบุคคลในโลกจะสมหมายได้ยาก ๔ อย่างคือ  ขอสมบัติจงเกิดมีแก่เราโดยทางที่ชอบ , ขอยศจงเกิดมีแก่เรากับญาติพวกพ้อง ,  ขอเราจงรักษาอายุให้ยืนนาน , เมื่อสิ้นชีพแล้ว ขอเราจงไปบังเกิดในโลกสวรรค์.  
  • สิ่งที่น่าปรารถนา แต่สำเร็จได้โดยยาก ๕ อย่าง คือ ขอให้มีอายุยืนนาน , ขอให้มีรูปงาม , ขอให้มีความสุข , ขอให้มีเกียรติยศชื่อเสียง , เมื่อตายไปแล้ว ขอให้เกิดในโลกสวรรค์. 
  • ความสุขของคฤหัสถ์ ๔ อย่าง คือ สุขเกิดแต่ความมีทรัพย์ , สุขเกิดแต่การจ่ายทรัพย์บริโภค , สุขเกิดแต่ความไม่ต้องเป็นหนี้ , สุขเกิดแก่การประกอบการงานที่ไม่มีโทษ.
  • วิธีใช้โภคทรัพย์ให้เป็นประโยชน์ ๕ อย่าง คือ เลี้ยงตัว บิดา มารดา บุตร ภรรยา บ่าวไพร่ ให้เป็นสุข , เลี้ยงเพื่อนฝูงให้เป็นสุข  , บำบัดอันตรายอันจะเกิดแต่เหตุต่าง ๆ , ทำพลี ๕ อย่าง คือสงเคราะห์ญาติ  ต้อนรับแขก ทำบุญอุทิศให้ผู้ตาย ถวายเป็นหลวงเช่นเสียค่าภาษี เป็นต้น และ ทำบุญอุทิศให้เทวดา,  บริจาคทานในสมณพาหมณ์ผู้ประพฤติชอบ.  
  • กรรมกิเลสซึ่งเป็นเหตุให้บุคคลเศร้าหมอง ๕ อย่าง(ศีล5) คือ ทำชีวิตสัตว์ให้ตกล่วง ,  ถือเอาสิ่งของที่เจ้าของเขาไม่ได้ให้ด้วยอาการขโมย ,  ประพฤติผิดในกาม ,  พูดเท็จ ,   ดื่มสุราและเมรัยอันเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท.
  • เป็นต้น 


เนื่องจากท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี มีศรัทธาในพระศาสนามาก
ได้สละทรัพย์เพื่อทำบุญเป็นเงินจำนวนมากเหลือคณนา ดังนั้น ท่านจึงได้รับเกียรติพิเศษจากพระเจ้าปเสนทิโกศล ให้ท่านเป็นคนปลูกต้นโพธิ์ไว้หน้าพระเชตวันมหาวิหาร เพื่อให้เป็นปูชนียสถานแก่ประชาชนชาวนครสาวัตถีแทนพระพุทธองค์ในคราวที่เสด็จจาริกไปที่อื่น (ปัจจุบันต้นโพธิ์นี้ก็ยังคงอยู่) พระพุทธองค์ทรงอนุญาตให้ปลูกได้  ต้นโพธิ์นี้ปรากฏชื่อว่า อานันทโพธิ เพราะท่านพระอานนท์เป็นผู้ทูลขอพระพุทธเจ้าให้ปลูก. 

ท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐีได้บำเพ็ญทานรักษาศีลตลอดมา มิได้บกพร่องจนกระทั่งถึงบั้นปลายแห่งชีวิต ขณะที่พระพุทธองค์เสด็จประทับอยู่ ณ พระเชตวันมหาวิหาร ท่านได้ล้มป่วยหนักลง จนท่านรู้ตัวว่าจะต้องตายแน่แล้ว จึงได้ส่งคนไปกราบทูลพระพุทธองค์ว่า ท่านป่วยหนัก จนถึงนอนลุกไม่ได้อีก บัดนี้ขอน้อมเกล้าถวายบังคมมาถึงพระองค์ และพร้อมกันนั้นก็ให้นิมนต์ท่านพระสารีบุตรเถระ มาที่บ้านด้วย ท่านพระสารีบุตรเถระพร้อมด้วยท่านพระอานนท์ได้ไปเยี่ยมท่านเศรษฐีที่บ้าน ไต่ถามถึงความป่วยไข้แล้ว ได้แสดงธรรมเทศนา สอนท่านให้ถอน ตัณหา ทิฐิ มานะ ไม่ให้ยึดมั่นถือมั่นว่านี้ของเรา นี้เป็นเรา นี้เป็นตัวของเรา เป็นต้น ท่านเศรษฐีร้องไห้น้ำตาไหล ถึงกับพูดว่า ยังไม่เคยฟังธรรมกถาที่ไพเราะจับใจถึงเพียงนี้เลย ธรรมเทศนานี้มีชื่อว่า อนาถบิณฑิโกวาทสูตร ครั้นท่านพระเถระทั้งสองจากไปแล้วไม่นานนัก ท่านเศรษฐีก็ถึงกาลกิริยาตายบนเตียงนอนของท่านเอง แล้วไปบังเกิดในสวรรค์ชั้นดุสิต  

สนใจไปแสวงบุญหรือวางแผนจัดเดินทางไปเป็นหมู่คณะทั้งพระสงฆ์และฆราวาส ไปสักการะ 4 สังเวชนียสถานอันเป็นสถานที่ ประสูติ ตรัสรู้ แสดงปฐมเทศนา และดับขันธปรินิพพานของพระพุทธเจ้าที่ประเทศอินเดียและประเทศเนปาล นำเดินทางด้วยผู้ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญในพุทธประวัติและสถานที่ ไปแสวงบุญให้ได้ทั้งความรู้และอิ่มบุญ สามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่โทร. 084-625-9929 

RKA Tour นำเที่ยวแบบครบวงจร เที่ยวแบบมีคุณภาพ เที่ยวสนุก ทานอาหารอร่อย และเลือกที่พักสบาย ในราคายุติธรรม บริการจัดนำเที่ยวทุกรูปแบบ  จัดนำเที่ยวทั่วไทย และจัดนำเที่ยวต่างประเทศ รวมถึงจัดนำเที่ยวทัศนศึกษาให้หน่วยงาน องค์กร นักเรียน นักศึกษา ราคาประหยัด  สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 084-625-9929 

ช่องทางการติดต่อสอบถามและจองโปรแกรมนำเที่ยว ของ ร้อยเกาะแอดเวนเจอร์

    • Line ID :  roikohadventure , 0846259929
    • โทรศัพท์ : 084-625-9929 
    • ใบอนุญาตนำเที่ยว ของผู้ประกอบการนำเที่ยวในพื้นที่ เลขที่  33/07054 

แบบฟอร์มติดต่อกลับ


  • สวนลุมพินี20.jpg
    ลุมพินี สถานที่ประสูติของเจ้าชายสิทธัตถะ ลุมพินีเป็นสถานที่สำคัญแห่งที่ 1 ในจำนวน 4 สังเวชนียสถานของชาวพุทธ เป็นสถานที่ประสูติของเจ้าชายสิทธัตถะ ผู้ซึ่งต่อมาได้ตรัสรู้เป็นพระสัมมาส...

  • พุทธคยา13.jpg
    พุทธคยา สถานที่ตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า พุทธคยาเป็นหนึ่งในสี่สังเวชนียสถาน ที่สำคัญของพระพุทธศาสนา ตั้งอยู่ใกล้แม่น้ำเนรัญชรา เมืองคยา รัฐพิหาร ประเทศอินเดีย เป็นสถานที่ที่พระพุทธองค์...

  • แสดงปฐมเทศนา5.jpg
    สารนาถ สถานที่แสดงปฐมเทศนา สารนาถ ตั้งอยู่ห่างจากเมืองพาราณสี เมืองศูนย์กลางของศาสนาฮินดู ประมาณ 9 กิโลเมตร อยู่ในรัฐอุตตรประเทศ ประเทศอินเดียในปัจจุบัน หรือ แคว้นกาสี ชมพูทวีป ในส...

  • สาลวโนทยาน2.jpg
    กุสินารา สถานที่ที่พระพุทธเจ้าเสด็จดับขันธปรินิพพาน เมืองกุสินาราประเทศอินเดีย เป็นที่ตั้งของสังเวชนียสถานแห่งที่ 4 ของชาวพุทธในสมัยพุทธกาลกุสินาราเป็นเมืองเอกหนึ่งในสองของแคว้นมัล...

  • เขาคิชกูฏ อินเดีย3.jpg
    นมัสการพระมูลคันธกุฎี บนยอดเขาคิชฌกูฏ ประเทศอินเดีย เขาคิชฌกูฏปัจจุบันตั้งอยู่ทางทิศใต้ในเขตตำบลราชคีร์ (Rajgir) จังหวัดนาลันทา รัฐพิหาร ประเทศอินเดีย ในสมัยพุทธกาลเขาคิชฌกูฏเป็นภู...

  • คงคาราตรี11.jpg
    แม่น้ำคงคา กับความเป็นศูนย์กลางวัฒนธรรมฮินดู-พราหมณ์ ชาวอินเดียเกือบทั้งประเทศทั้งที่นับถือศาสนาพราหมณ์และฮินดูมีความเชื่อว่าแม่น้ำคงคาเป็นแม่น้ำศักดิ์สิทธิ์ ที่ไหลมาจากเทือกเขาหิม...

  • บ้านนางสุชาดา1.jpg
    นางสุชาดาและโสตถิยะพราหมณ์ นางสุชาดา เป็นอุบาสิกาคนสำคัญยิ่งคนหนึ่งในสมัยพุทธกาล ด้วยเป็นผู้ที่ถวายข้าวมธุปายาส ให้กับเจ้าชายสิทธัตถะหรือสมณะโคดมในวันก่อนที่จะตรัสรู้เป็นพระสัมมาสั...

  • มกุฏพันธนเจดีย์4.jpg
    มกุฏพันธนเจดีย์สถานที่ถวายพระเพลิงพระพุทธสรีระของพระพุทธเจ้า มกุฏพันธนเจดีย์ ตั้งอยู่ที่เมืองกุสินารา ในปัจจุบันคือ ตำบลกาเซีย รัฐอุตตรประเทศ ประเทศอินเดียเดิมทีบริเวณมกุฏพันธนเจดี...

  • รอยเกวียนราชคฤห์.jpg
    กรุงราชคฤห์ เมืองหลวงแคว้นมคธ แคว้นที่รุ่งเรืองที่สุดในยุคพุทธกาล กรุงราชคฤห์ในยุคสมัยพุทธกาล เป็นที่ตั้งเมืองหลวงของแคว้นมคธ ปกครองโดยพระเจ้าพิมพิสาร เป็นยุคที่มีความเจริญรุ่งเรือ...

  • นาลันทา4.jpg
    นาลันทา มหาวิทยาลัยแห่งแรกของโลก เมืองนาลันทาในสมัยพุทธกาล อยู่ห่างจากพระนครราชคฤห์ประมาณ 16 กิโลเมตร อยู่ในแคว้นมคธ ณ เมืองนี้มีสวนมะม่วงชื่อ ปาวาริกัมพวัน (สวนมะม่วงของปาวาริกเศร...

  • คงคาราตรี13.jpg
    อินเดีย กับเรื่องราวที่น่าทึ่ง ประเทศอินเดีย เป็นประเทศที่มีประชากรมากเป็นอันดับ 2 ของโลก ประชากรส่วนใหญ่นับถือศาสนาพราหมณ์-ฮินดู อาชีพหลักคือเกษตรกรรม เป็นเมืองแห่งศาสนาและวัฒนธรร...

  • วัดไทยพาราณสี1302.jpg
    วัดไทยพาราณสีพุทธวิปัสสนา ประเทศอินเดียวัดไทยพาราณสีพุทธวิปัสสนาเป็นวัดไทยที่สร้างขึ้นเพื่ออำนวยความสะดวกแก่พระสงฆ์ไทยและคณะผู้แสวงบุญชาวไทยในการเดินทางไปแสวงบุญ ณ ประเทศอินเดีย วั...

  • บ้านองคุลีมาล1.jpg
    บ้านเกิดขององคุลีมาล องคุลีมาลเป็นพระอรหันต์สาวกองค์สำคัญอีกองค์หนึ่งที่เหล่าชาวพุทธล้วนคุ้นเคยชื่อเสียงมาเป็นอย่างดี องคุลีมาลเกิดร่วมในสมัยพุทธกาล ณ เมืองสาวัตถีเดิมชื่อว่าอหิงสก...

  • วัดไทยมคธ1.jpg
    วัดไทยมคธพุทธวิปัสสนา วัดไทยมคธพุทธวิปัสสนา ตั้งอยู่ในเขตพุทธคยา รัฐพิหาร ประเทศอินเดีย เป็นวัดของคนไทยที่บริหารโดยพระสงฆ์ชาวไทย สร้างขึ้นมาเพื่อรองรับเป็นที่พักของคณะสงฆ์และอุบาสก...

  • วัดไทยพุทธคยา3.jpg
    วัดไทยพุทธคยา วัดไทยพุทธคยา เป็นวัดไทยแห่งแรกที่สร้างขึ้นในประเทศอินเดีย ได้เริ่มก่อสร้างในปี พ.ศ. 2500 มีเนื้อที่ประมาณ 12 ไร่ ตั้งอยู่บริเวณพุทธคยา รัฐพิหาร อยู่ห่างจากเจดีย์พุทธ...

  • วัดไทยนาลันทา815.jpg
    วัดไทยนาลันทา วัดไทยนาลันทา ตั้งอยู่ที่หมู่บ้านนาลันทา ตำบลนาลันทา อำเภอนาลันทา รัฐพิหาร บ้านเกิดและที่นิพพานของพระอัครสาวกเบื้องขวา คือ พระสารีบุตร โดยต่อมาบริเวณบ้านของพระสารีบุต...

  • วัดพระเชตวัน1108.jpg
    วัดเชตวันมหาวิหาร วัดเชตวันมหาวิหาร หรือ วัดพระเชตวัน อารามของอนาถบิณฑิกเศรษฐี เป็นวัดที่สร้างโดยท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี มหาเศรษฐีแห่งเมืองสาวัตถี เดิมสถานที่ตั้งของวัดแห่งนี้เป็นของเ...

  • วัดพระเชตวัน1105.jpg
    ต้นโพธิ์พระอานนท์ จากอรรถกถากาลิงคชาดกพระศาสดาเมื่อเสด็จประทับ ณ พระเชตวันมหาวิหาร ทรงพระปรารภการบูชามหาโพธิ์ ที่พระอานนท์เถระกระทำแล้ว ตรัสพระธรรมเทศนานี้ มีคำเริ่มต้นว่า ราชา กาล...

  • วัดไทย9601115.jpg
    วัดไทยนวราชรัตนาราม960 วัดไทยนวราชรัตนาราม960หรือที่นิยมเรียกกันในหมู่ชาวไทยผู้ที่เดินทางไปแสวงบุญ 4 สังเวชนียสถาน ที่ประเทศอินเดียและประเทศเนปาลว่า "วัดไทย 960" ที่วัดแห่งนี้เปิดใ...

  • วัดไทยไวสาลี0901.jpg
    วัดไทยไวสาลี วัดไทยเวสาลีตั้งอยู่ที่เมืองไวสาลี รัฐพิหาร ประเทศอินเดีย เป็นวัดที่สร้างและดูแลบริหารโดยคณะสงฆ์ไทย ได้จัดห้องพักและอาหารไว้บริการเพื่อความสะดวกแก่นักเดินทางผู้แสวงบุญ...

  • วัดไทยลุมพินี100310.jpg
    วัดไทยลุมพินีวัดไทยลุมพินีเป็นวัดไทยแห่งแรกในประเทศเนปาล มีเนื้อที่ 20 ไร่ อยู่ภายในปริมณฑลสังเวชนียสถานเขตลุมพินีวัน บริเวณสถานที่ประสูติของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ตำบลลุมมินเด ...
Visitors: 245,562
google.com, pub-9226504384273204, DIRECT, f08c47fec0942fa0